ยินดีต้อนรับสู่เว็บบล็อก
สวัสดีค่ะผู้เยี่ยมชมทุกท่าน บล็อกนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการเรียนการสอนในรายวิชานวัตกรรม เทคโนโลยีและสารสนเทศทางการศึกษา ภาคเรียนที่ 1/2256 สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 3

หน่วยที่ 4

หน่วยที่ 4 จิตวิทยาการเรียนการสอน

ความหมายและความเป็นมาของจิตวิทยา
                วิชาจิตวิทยากำเนิดเริ่มต้นมาจากต่างประเทศเมื่อหลายปีมาแล้ว คำว่าจิตวิทยา Psychology มีรากศัพท์มาจาก
Psyche - -  Psycho = วิญญาณ (Soul)
Logos - - logy = การศึกษา Psycho + logy - -Psychology
หมายถึง วิชาที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับวิญญาณหรือจิตใจของสิ่งมีชีวิต
จุดมุ่งหมายการเรียนรู้
มุ่งพัฒนาผู้เรียนใน 3 ด้าน ดังนี้….
     - ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain)  
     - ด้านเจตพิสัย (Affective Domain )
     - ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain)
องค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้  
      ดอลลาร์ด และมิลเลอร์  (Dallard and Miller) เสนอว่าการเรียนรู้ มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ
1.  แรงขับ (Drive)
2.  สิ่งเร้า (Stimulus)
3.  การตอบสนอง (Response)
4.  การเสริมแรง (Reinforcement)
การถ่ายโยงความรู้
การถ่ายโยงการเรียนรู้เกิดขึ้นได้2 ลักษณะ คือ
- การถ่ายโยงการเรียนรู้ทางบวก (Positive Transfer)
- การถ่ายโยงการเรียนรู้ทางลบ (Negative Transfer
การถ่ายโยงการเรียนรู้ทางบวก (Positive Transfer) คือ การถ่ายโยงการเรียนรู้ชนิดที่ผลของการเรียนรู้งานหนึ่งช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อีกงานหนึ่งได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น หรือดีขึ้น
                การถ่ายโยงการเรียนรู้ทางลบ (
Negative Transfer)  คือ การถ่ายโยงการเรียนรู้ชนิดที่ผลการเรียนรู้งานหนึ่งไปขัดขวางทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อีกงานหนึ่งได้ช้าลง  หรือยากขึ้นและไม่ได้ดีเท่าที่ควร
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญ  แบ่งออกได้  2 กลุ่มใหญ่ๆ  คือ
                1.   ทฤษฎีกลุ่มสัมพันธ์ต่อเนื่อง (Associative Theories)
                2.   ทฤษฎีกลุ่มความรู้ความเข้าใจ (Cognitive Theories)
               ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสัมพันธ์ต่อเนื่อง
          
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มนี้แบ่งเป็นกลุ่มย่อยได้ ดังนี้
> ทฤษฎีการวางเงื่อนไข   (Conditioning Theories)
-ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค  (Classical Conditioning Theories)
-ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบการกระทำ (Operant Conditioning Theory)
> ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง  (Connectionism Theories)
-ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง    (Connectionism Theory)   
-ทฤษฎีสัมพันธ์ต่อเนื่อง     (S-R Contiguity Theory)
การนำหลักการมาประยุกต์ใช้ในการสอน
       1.      ครูสามารถนำหลักการเรียนรู้ของทฤษฎีนี้มาทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้เรียน
       2.   ครูควรใช้หลักการเรียนรู้จากทฤษฎีปลูกฝังความรู้สึกและเจตคติที่ดีต่อเนื้อหาวิชา กิจกรรมนักเรียน ครูผู้สอนและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกิดในตัวผู้เรียน
       3.   ครูสามารถป้องกันความรู้สึกล้มเหลว  ผิดหวัง และวิตกกังวลของผู้เรียนได้โดยการส่งเสริมให้กำลังใจในการเรียนและการทำกิจกรรม
การนำความรู้ไปใช้
           1.  ก่อนที่จะให้ผู้เรียนเกิดความรู้ใหม่  ต้องแน่ใจว่า ผู้เรียนมีความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับความรู้ใหม่มาแล้ว
           2.  พยายามสอนหรือบอกให้ผู้เรียนเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของการเรียนที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง
           3.  ไม่ลงโทษผู้ที่เรียนเร็วหรือช้ากว่าคนอื่นๆ และไม่มุ่งหวังว่าผู้เรียนทุกคนจะต้องเกิดการเรียนรู้ที่เท่ากันในเวลาเท่ากัน
          4.  ถ้าสอนบทเรียนที่คล้ายกัน ต้องแน่ใจว่าผู้เรียนเข้าใจบทเรียนแรกได้ดีแล้วจึงจะสอนบทเรียนต่อไป
          5.  พยายามชี้แนะให้ผู้เรียนมองเห็นความสัมพันธ์ของบทเรียนที่มีความสัมพันธ์กัน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น